ติดเครดิตบูโร กู้ซื้อบ้านได้ไหม

ติดเครดิตบูโร กู้ซื้อบ้านได้ไหม

     ติดเครดิตบูโร กู้ซื้อบ้านได้ไหม เพื่อน ๆ เคยสงสัยกันบ้างไหมคะว่า การที่จะขอสินเชื่อบ้าน บางคนก็กู้ผ่านง่ายมาก ๆ แต่ทว่า ทำไมบางคนยื่นขอสินเชื่อกี่ที่ต่อกี่ที่ก็ไม่ผ่านสักที ที่สำคัญบางธนาคารมักจะบอกกับคุณว่า คุณติดเครดิตบูโรถึงขอสินเชื่อบ้านไม่ผ่าน แล้วจะเป็นความจริง หรือเท็จ เรามาหาคำตอบกันค่ะ

ปัญหาคาใจ ติดเครดิตบูโร กู้ซื้อบ้านได้ไหม

ติดเครดิตบูโร

เครดิตบูโร คืออะไร

     สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า เครดิตบูโร คืออะไร อันดับแรกเรามาทำความเข้าใจก่อนนะคะ จริง ๆ แล้วเครดิตบูโร หรือบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด มีหน้าที่เก็บข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน ด้านสินเชื่อของเรา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ข้อมูลการผ่อนบ้าน หรือผ่อนรถ รวมถึงประวัติที่ดี และไม่ดีเอาไว้ทั้งหมด เมื่อเราขอกู้ ธนาคารจะนำข้อมูลเหล่านี้มาตรวจสอบ สำหรับพิจารณาการปล่อยสินเชื่อนั่นเอง

     ซึ่งจะมีการเก็บข้อมูลย้อนหลังนานถึง 36 เดือน เพื่อเป็นรายงานข้อมูลเครดิตที่จะบอกประวัติการชำระหนี้ และข้อมูลสถานะบัญชีในปัจจุบันว่า เป็นอย่างไร โดยมีตัวเลขกำกับอยู่ แต่ละตัวเลขมีความหมาย ดังต่อไปนี้

  1. 10 : ปกติ หมายถึง บัญชีนี้จ่ายชำระสินเชื่อตามปกติ จ่ายครบ จ่ายตรงตามเงื่อนไข และไม่มียอดค้างชำระ หรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน
  2. 11 : ปิดบัญชี หมายถึง สินเชื่อของบัญชีนี้มีการปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว และไม่มีหนี้ค้าง
  3. 12 : สินเชื่อของบัญชีนี้ได้พักชำระหนี้ตามนโยบายรัฐ หมายถึง ที่ผ่านมามียอดค้างชำระ แต่ในตอนนี้เข้าโครงการพักชำระหนี้ตามนโยบายรัฐ จึงเปลี่ยนสถานะเป็น ไม่มีการค้างชำระ
  4. 20 : หนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน หมายถึง ในอดีตเคยค้างชำระ และปัจจุบันก็ยังค้างชำระอยู่ แน่นอนว่า เป็นสถานะที่มีผลลบต่อเจ้าของบัญชีนี้
สอง

ติดเครดิตบูโร ขอสินเชื่อบ้านได้ไหม

     อย่างที่บอกไปแล้วข้างต้นว่า เครดิตบูโร เป็นตัวกลางในการเก็บประวัติการทำธุรกรรมทางการเงินของเรา จึงทำให้ระบบเครดิตบูโรบอกแค่สถานะบัญชีเท่านั้น และจะไม่มีการระบุ Blacklist หรือติดเครดิตบูโร ลงในระบบ แต่ทว่า การติด Blacklist ที่หลาย ๆ คนเข้าใจนั้น มาจากธนาคารเป็นคนกำหนดจากการที่เราผิดนัดการชำระหนี้ ดังนั้น การปล่อยสินเชื่อบ้าน รถ หรือสินเชื่ออะไรก็ตาม จึงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคารที่เราไปขอกู้ โดยจะนำข้อมูลเครดิตมาเป็นตัวพิจารณา แน่นอนว่า ถ้าเราโดน Blacklist จากธนาคาร โอกาสที่จะกู้บ้านผ่านก็เป็นเรื่องยาก

อยากขอสินเชื่อบ้าน แต่เครดิตไม่ดี ต้องทำอย่างไร

     อย่างไรก็ตาม ถ้าข้อมูลเครดิตของเรามีความเสี่ยงที่จะขอสินเชื่อบ้านไม่ผ่าน เพราะเราค้างชำระหนี้ ฉะนั้น ทางออกที่ดีที่สุดขอแนะนำ ให้กลับไปชำระหนี้ที่ค้างไว้ หรือชำระให้ถึงยอดชำระขั้นต่ำ เพื่อให้บัญชีกลับสู่สถานะปกติ หรือถ้าชำระเป็นปกติ และติดต่อกันหลาย ๆ งวด ก็จะช่วยให้มีโอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารมากขึ้น เพราะเครดิตบูโรจะแสดงข้อมูลของเราให้ธนาคารรู้ย้อนหลังแค่ 3 ปีเท่านั้น แล้วข้อมูลใหม่จะเข้ามาแทนที่ข้อมูลเดิม

     สำหรับกรณีข้อมูลเครดิตไม่เพียงพอ ทางออกที่ดีที่สุด ก็คือ คุณจะต้องสร้างข้อมูลเครดิตขึ้นมาก่อน และอาจจะขอสินเชื่อที่มีมูลค่าไม่สูงมาก เช่น บัตรเครดิต เป็นต้น จากนั้นชำระเต็มจำนวนให้ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการสร้างเครดิตที่ดีให้กับตัวเอง หรือใครอาจจะใช้วิธีกู้ร่วมกับผู้กู้ที่มีประวัติเครดิตดี ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารก็ได้เช่นกัน

สาม ติดเครดิตบูโร

ตรวจสอบเครดิตบูโรได้อย่างไร

     ใครที่ต้องการเช็คข้อมูลเครดิตของตัวเอง ก็สามารถขอประวัติเครดิตบูโรย้อนหลัง โดยเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน แล้วนำไปยื่น รอรับผลภายใน 15 นาที มีค่าบริการ 100 บาท ตามจุดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 

  1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ อาคาร 2 ชั้น 2
  2. อาคารกลาสเฮ้าส์ (ชั้นใต้ดิน) ปากซอยสุขุมวิท 25
  3. สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง
  4. ห้างเจ-เวนิว (นวนคร) ชั้น 4
  5. อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก ชั้น 3
  6. CITI Advance สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และเมกา บางนา

     แน่นอนว่า ยังมีจุดให้บริการเช็คข้อมูลเครดิตแบบส่งกลับทางไปรษณีย์ ภายใน 7 วัน คิดค่าบริการ 150 บาท ดังนี้

  1. เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กรุงไทย ธนชาต ธอส แลนด์แอนด์เฮ้าส์ และเอสเอ็มอีแบงก์ ทุกสาขา
  2. ตรวจข้อมูลผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย และไทยพาณิชย์
  3. ตรวจสอบข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ สำหรับผู้ที่ลงทะเบียน Mobile Banking ของธนาคารกรุงไทย และธนชาต
  4. ใช้บริการ Internet Banking ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา และกรุงไทย
  5. ที่ทำการไปรษณีย์ 291 สาขาทั่วประเทศ

     เพื่อน ๆ คงรู้คำตอบแล้วใช่ไหมคะว่า ติดเครดิตบูโร กู้ซื้อบ้านได้ไหม แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า ข้อมูลเครดิตบูโร ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ธนาคารนำมาพิจารณา แต่ยังมีอีกหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน รายได้ต่อเดือน ภาระหนี้สิน เงินเก็บในบัญชี หรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ทว่า การรักษาประวัติเครดิตของเราให้ดี ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อบ้านค่ะ

ขอแนะนำ Slotxo รวยง่าย ๆ กับ 5 เทคนิคเล่น สล็อตRoma ที่จะมาบอกเทคนิคในการ เล่นสล็อตRoma ให้มีความเก่งขึ้น และพร้อมที่จะพิชิตรางวัลต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม